เยอะหน่อย! แต่ควรเซฟ รวมเบอร์โทรฉุกเฉินช่วงน้ำท่วม ที่ควรมีติดมือถือไว้

September 28, 2026 รถยนต์ เยอะหน่อย! แต่ควรเซฟ รวมเบอร์โทรฉุกเฉินช่วงน้ำท่วม ที่ควรมีติดมือถือไว้

ในช่วงที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง หรือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง บ้านเรือน ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัยของประชาชน

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยเฉพาะการบันทึกเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเอาไว้ล่วงหน้า เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง การรู้ว่าควรติดต่อหน่วยงานไหน จะช่วยให้สามารถขอความช่วยเหลือได้รวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

วันนี้เราจึงรวบรวมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ควรรู้ในช่วงน้ำท่วมมาให้ทุกคนได้บันทึกเก็บไว้ ทั้งเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือด้านการเดินทาง ระบบไฟฟ้า และการแพทย์

รวมเบอร์โทรฉุกเฉินช่วงน้ำท่วม

1. เบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือ

191 – แจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย

สำหรับแจ้งเหตุที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น พบผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน หรือเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการ

1784 – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

ใช้แจ้งเหตุสาธารณภัย รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรแจ้งตำแหน่งที่เกิดเหตุ ระดับน้ำ และจำนวนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้ชัดเจน

1199 – แจ้งเหตุด่วนทางน้ำ

สำหรับติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางน้ำ หรือพบผู้ประสบเหตุที่ต้องการความช่วยเหลือในพื้นที่ทางน้ำ

1300 – ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

สำหรับผู้ประสบปัญหาทางสังคม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการที่ต้องการความช่วยเหลือหรือการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. เบอร์ฉุกเฉินด้านการแพทย์และสุขภาพ

1669 – เจ็บป่วยฉุกเฉิน

หากพบผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วยหมดสติ หายใจลำบาก หรือมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ทันที โดยแจ้งอาการผู้ป่วยและตำแหน่งที่อยู่ให้ชัดเจน

1554 – หน่วยแพทย์กู้ชีวิตวชิรพยาบาล

อีกหนึ่งช่องทางสำหรับประสานความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะในพื้นที่ให้บริการที่เกี่ยวข้อง

3. เบอร์แจ้งเหตุเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

น้ำท่วมกับระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำสามารถนำไฟฟ้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูดได้

หากพบเสาไฟฟ้าล้ม สายไฟขาด หม้อแปลงมีประกายไฟ หรือมีน้ำท่วมเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่

1129 – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

สำหรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องในพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

1130 – การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

สำหรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ

ข้อควรระวัง: หากน้ำท่วมเข้าบ้าน ไม่ควรสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสวิตช์ไฟขณะตัวเปียกหรือยืนอยู่ในน้ำ และไม่ควรเข้าใกล้สายไฟที่ตกลงมาเด็ดขาด

4. เบอร์ฉุกเฉินด้านการเดินทางและสภาพถนน

ช่วงน้ำท่วม การเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากถนนที่มีน้ำท่วมขัง รถติดสะสม หรือเส้นทางที่ต้องปิดการจราจรชั่วคราว การตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ

1146 – กรมทางหลวงชนบท

สอบถามสภาพเส้นทางหรือแจ้งปัญหาบนถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท

1543 – การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

สอบถามสภาพการจราจรบนทางพิเศษ รวมถึงแจ้งเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนทางด่วน

1586 – กรมทางหลวง

สอบถามข้อมูลเส้นทางหลวง แจ้งถนนชำรุด น้ำท่วมเส้นทาง หรืออุปสรรคที่ส่งผลต่อการเดินทาง

1193 – ตำรวจทางหลวง

สำหรับแจ้งเหตุอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือ หรือประสานงานเกี่ยวกับการเดินทางบนทางหลวง

1677 – สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน

อีกหนึ่งช่องทางในการแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องถนน

 

เมื่อเกิดน้ำท่วม ควรเตรียมตัวอย่างไร?

นอกจากการบันทึกเบอร์ฉุกเฉินแล้ว การเตรียมตัวล่วงหน้ายังช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดได้อีกด้วย

1. เตรียมอุปกรณ์จำเป็นไว้ใกล้ตัว

ควรจัดเตรียมโทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง และเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ เพื่อให้สามารถหยิบใช้งานได้ทันทีเมื่อต้องอพยพ

2. ติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสอบข้อมูลระดับน้ำ พยากรณ์อากาศ และประกาศแจ้งเตือนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก

3. หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมสูง

หากไม่สามารถประเมินความลึกของน้ำได้ ไม่ควรเสี่ยงขับรถผ่าน เพราะอาจเกิดอันตรายจากกระแสน้ำ หลุมบ่อ หรือความเสียหายต่อเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าของรถยนต์

4. แจ้งตำแหน่งให้ชัดเจนเมื่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ ควรแจ้งรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่น ชื่อสถานที่ จุดสังเกตใกล้เคียง จำนวนผู้ประสบภัย ระดับน้ำ และลักษณะของเหตุการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

5. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตก่อนทรัพย์สิน

หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรรีบเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย ไม่ฝืนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อปกป้องทรัพย์สิน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

 

เซฟเก็บไว้ อุ่นใจกว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

สถานการณ์น้ำท่วมอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว การมีข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินติดมือถือไว้จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีเตรียมความพร้อมที่ทุกคนสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้

อย่าลืมบันทึกภาพนี้เก็บไว้ และส่งต่อให้คนในครอบครัว เพื่อน หรือคนที่คุณห่วงใย เพราะข้อมูลเล็ก ๆ เหล่านี้อาจเป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ

ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไปได้ด้วยดี