รู้หรือไม่? “ค่า Excess” คืออะไร ทำไมคนทำประกันรถยนต์ต้องรู้

May 08, 2026 รถยนต์ รู้หรือไม่? “ค่า Excess” คืออะไร ทำไมคนทำประกันรถยนต์ต้องรู้

     เวลาทำประกันรถยนต์ หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ค่า Excess” ผ่านหูมาแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และแตกต่างจากค่าเสียหายส่วนแรกแบบอื่นยังไง บางคนเลือกประกันเพราะเบี้ยถูก แต่พอถึงเวลาเคลมกลับต้องจ่ายเพิ่มโดยไม่รู้ตัว

     บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า ค่า Excess คืออะไร ใครบ้างที่ต้องจ่าย และควรเลือกแผนประกันแบบมีหรือไม่มี Excess ดี เพื่อให้เลือกประกันรถยนต์ได้คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด

 

ค่า Excess คืออะไร?

ค่า Excess คือ “ค่าเสียหายส่วนแรก” ที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองในบางกรณี โดยบริษัทประกันจะระบุไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน

พูดง่าย ๆ คือ หากเกิดเหตุที่เข้าเงื่อนไข ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งก่อน แล้วบริษัทประกันจึงจะรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนที่เหลือ

ตัวอย่างเช่น

  • กำหนดค่า Excess ไว้ 3,000 บาท
  • หากเกิดอุบัติเหตุที่เข้าเงื่อนไขเคลม และมีค่าซ่อม 20,000 บาท
  • ผู้เอาประกันต้องจ่ายเอง 3,000 บาท
  • บริษัทประกันจ่ายส่วนที่เหลืออีก 17,000 บาท

 

 

ค่า Excess ต้องจ่ายเมื่อไหร่?

โดยทั่วไป ค่า Excess มักจะเกิดขึ้นในกรณีต่อไปนี้

1. เคลมไม่มีคู่กรณี

เช่น

  • ถอยชนเสา
  • ชนกำแพง
  • ขับรถแล้วครูดเอง
  • ไม่ทราบว่าไปชนตอนไหน

กรณีนี้บริษัทประกันไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ จึงอาจมีค่า Excess ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

2. ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันบางแผนอาจกำหนดให้ต้องรับผิดชอบค่า Excess ก่อนเคลม

3. เหตุการณ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ประกันแต่ละบริษัทหรือแต่ละแผนอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน เช่น

  • อายุผู้ขับขี่ไม่ตรงตามที่แจ้ง
  • ผู้ขับขี่อายุน้อยกว่าที่กำหนด
  • ใช้งานรถผิดประเภท

ดังนั้นควรอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ

 

ค่า Excess ต่างจาก Deductible ยังไง?

หลายคนมักสับสนระหว่าง “Excess” และ “Deductible” เพราะทั้งคู่เกี่ยวกับค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วต่างกัน

Excess

  • บริษัทกำหนดเงื่อนไขไว้
  • เกิดเฉพาะบางกรณี
  • ผู้เอาประกันอาจไม่ได้เลือกเอง

Deductible

  • ผู้เอาประกัน “สมัครใจเลือก”
  • ยอมรับค่าเสียหายส่วนแรกเอง
  • เพื่อแลกกับ “เบี้ยประกันที่ถูกลง”
ตัวอย่าง:
     หากเลือก Deductible 5,000 บาท เบี้ยประกันอาจถูกลงหลายพันบาท แต่เวลาเคลมต้องออกเงินส่วนแรกเองก่อน

 

ทำไมประกันที่มี Excess ถึงเบี้ยถูกกว่า?

     เพราะบริษัทประกันมองว่า ผู้เอาประกันมีส่วนร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายบางส่วน ทำให้ความเสี่ยงของบริษัทลดลง จึงสามารถเสนอเบี้ยประกันในราคาที่ถูกลงได้

เหมาะสำหรับคนที่

  • ขับรถระมัดระวัง
  • ใช้รถน้อย
  • มีที่จอดประจำ
  • ไม่ค่อยเคลม

     แต่หากเป็นคนใช้รถทุกวัน ขับในเมือง รถติด หรือจอดรถตามห้างบ่อย อาจต้องพิจารณาให้ดี เพราะมีโอกาสเกิดเคลมจุกจิกได้มากกว่า

 

ค่า Excess มีผลกับการเคลมยังไง?

หลายคนเข้าใจผิดว่า “มีประกันแล้วเคลมฟรีทุกอย่าง” แต่จริง ๆ หากกรมธรรม์มี Excess ผู้เอาประกันอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มทุกครั้งที่เข้าเงื่อนไข

ยกตัวอย่าง

  • ถอยรถชนกำแพง 1 ครั้ง = จ่าย Excess
  • ครูดฟุตปาธอีก 1 ครั้ง = จ่าย Excess อีกรอบ

ดังนั้นก่อนเลือกประกัน ควรเปรียบเทียบว่า
“เบี้ยที่ถูกลง คุ้มกับค่า Excess ที่อาจต้องจ่ายหรือไม่”

 

ควรเลือกประกันแบบมี Excess หรือไม่มี Excess ดี?

เหมาะกับแบบ “มี Excess”

  • ต้องการประหยัดเบี้ยประกัน
  • ขับรถน้อย
  • มีประสบการณ์ขับรถสูง
  • ความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุน้อย

เหมาะกับแบบ “ไม่มี Excess”

  • ใช้รถทุกวัน
  • ขับรถทางไกลบ่อย
  • มือใหม่หัดขับ
  • ต้องการความสบายใจเวลาเคลม

 

ก่อนซื้อประกันรถยนต์ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง ควรถามรายละเอียดเหล่านี้ทุกครั้ง

  • มีค่า Excess หรือไม่
  • ต้องจ่ายเท่าไหร่ต่อครั้ง
  • เคลมกรณีไหนได้บ้าง
  • มี Deductible เพิ่มหรือไม่
  • ค่าเสียหายส่วนแรกคิดยังไง
  • เงื่อนไขผู้ขับขี่เป็นแบบไหน

การเข้าใจรายละเอียดก่อนซื้อ จะช่วยให้เลือกประกันได้ตรงกับการใช้งาน และลดปัญหาเวลาเกิดอุบัติเหตุจริง

 

สรุป

     ค่า Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองในบางกรณี เช่น เคลมไม่มีคู่กรณี หรือกรณีที่ระบุในกรมธรรม์ แม้จะช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง แต่ก็ควรพิจารณาให้เหมาะกับลักษณะการใช้รถของตัวเอง

ก่อนตัดสินใจทำประกันรถยนต์ อย่าดูแค่ “เบี้ยถูก” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขการเคลม และค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าจริงในระยะยาว

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การมีประกันที่เหมาะกับเรา จะช่วยให้รับมือกับทุกสถานการณ์ได้อุ่นใจกว่าเดิม