สำหรับคนมีรถ สิ่งหนึ่งที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือ “การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง” ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่หลายคนก็มักจะผลัดวันประกันพรุ่ง หรือลืมจนปล่อยให้เลยกำหนดไปนาน รู้หรือไม่ครับว่า การ "เปลี่ยนน้ำมันเครื่องช้า" ส่งผลเสียต่อรถยนต์ของคุณมากกว่าที่คิด และอาจนำไปสู่ค่าซ่อมแซมที่บานปลายได้
1. เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว
น้ำมันเครื่องมีหน้าที่สำคัญในการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ เมื่อใช้งานไปนานๆ ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นจะลดลง ทำให้ชิ้นส่วนโลหะภายในเกิดการเสียดสีกันโดยตรง ส่งผลให้เครื่องยนต์สึกหรออย่างรวดเร็วและอายุการใช้งานสั้นลง
2. เครื่องยนต์ร้อนง่าย
นอกจากช่วยหล่อลื่นแล้ว น้ำมันเครื่องยังช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์อีกด้วย เมื่อน้ำมันเครื่องเก่าและเสื่อมสภาพ จะไม่สามารถช่วยระบายความร้อนได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสะสมสูงและเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต (Overheat)
3. เครื่องยนต์กำลังตก รถอืด กินน้ำมันมากขึ้น
เมื่อน้ำมันเครื่องหนืดและสกปรก จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้กำลังของรถตกเร่งไม่ขึ้น หรือมีอาการ "รถอืด" และเมื่อเครื่องยนต์ต้องใช้กำลังมากกว่าปกติ สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ รถจะกินน้ำมันมากขึ้น ทำให้คุณต้องเสียเงินค่าน้ำมันเพิ่มโดยใช่เหตุ
4. ตะกอนน้ำมันอุดตันภายในเครื่องยนต์
น้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานจะเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นโคลนหรือตะกอนเหนียวๆ เกาะอยู่ตามชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งตะกอนเหล่านี้จะเข้าไปอุดตันทางเดินน้ำมัน ทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้เครื่องยนต์พังเสียหายหนักจนถึงขั้นต้องยกเครื่องใหม่

สรุป: เปลี่ยนตามระยะ ดีที่สุด!
การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตรงตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เท่านั้น แต่ยังช่วย ยืดอายุการใช้งาน ของรถยนต์คู่ใจให้อยู่กับคุณไปได้อีกนานแสนนาน
อย่ารอให้รถพังแล้วค่อยแก้ หมั่นเช็กระยะและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดกันด้วยนะครับ!
